1980

ริมทะเลสาบวอร์ค บ่ายวันนั้น ลมพัดแรงจนวิกปลิว

มีคนประปราย เดินชมวิว 

บางคนขับรถบ้าน(พ่วง) มาจอด

และปิ้งบาบีคิวส์ 

เล่นกีตาร์

นั่งคุยกัน

 

ผมขับมอเตอร์ไซด์ ฮอนด้า B56 

จอดสูบบุหรี่

นั่งลงที่ท่อนไม้

 

ผมได้เจอกับหญิงสาวผมสีบอร์นซ์เทา เธอชื่อแซนดี้ มาร์ 

เราสนทนากัน

เธอมาคนเดียว

ผมชวนเธอไปดื่มไวน์

ที่ร้าน แคสเปอร์ (ห่างจากทะเลสาบ 200 เมตร)

 

หลังจากหน้าแดง

เราสองคน

กลับมาที่ริมทะเลอีกครั้ง

นั่งดูพระอาทิตย์ตกดิน

สุดแสนโรแมนติก

ผมรู้สึกได้ ว่ารักเธอ

แต่มันคงเร็วเกินไป

ที่จะเอ่ยปาก

 

แซนดี้ มาร์ 

สวมกางเกงยีนส์เอวสูงขาม้า

และเสื้อลายขวาง สีขาว สีเขียว สลับกัน

ผมของเธอ สีสวย

เป็นลอนหยักศก

 

ถึงเวลาต้องจากกัน

เรีอเร็ว บึ่ง แหวกน้ำ 

มาจากสุดขอบทะเลสาบอีกด้านหนึ่ง

 

ผมอยากจะหยุดเวลา

แต่ทำไม่ได้

 

"วันพรุ่งนี้ มาพบกันที่นี่อีกได้มะครับ"

 

แซนดี้ มาร์ "ตกลงค่ะ วันพรุ่งนี้เจอกัน"

 

เรือเร็วรับเธอไป

ผมมองเรือแล่นไปจนลับตา

 

.......

 

วันรุ่งขึ้น ผมแต่งตัวหล่อ

กางเกงขาบานตัวโปรด สีเขียวเทา

และเสื้อยืด ลายดาว

ดอกกุหลาบช่อใหญ่

 

บึ่งมอเตอร์ไซด์ มายังที่หมาย

ผมรำพีง "แซนดี้ วันนี้ผมจะบอกรักคุณ"

.......

.....

......

จากเช้า จนค่ำ ไม่มีเงาของแซนดี้ มาร์

ทำไมเธอไม่มา....

ผมไปรอ แซนดี้ มาร์

1 เดือนเต็ม

ทุกวัน

............

............

 

12 ปีผ่านไป

 

ที่สวนสาธารณะ แมคคราวด์

ขณะที่ผมพาลูกสาว ไปต่อคิวซื้อไอศครีม แสนอร่อย

คิวยาวมาก ผมจึงบอกลูกสาวว่า "วันพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ดีมะลูก"

ลูกสาวกล่าว "วันนี้นะคะพ่อ วันพรุ่งนี้ ไม่เคยมาถึง"

 

......!!!

 

จู่ๆผมก็นึกถึงแซนดี้ มาร์เรื่องนัด "วันพรุ่งนี้"

 

จริง จริงด้วย

 

ผมเข้าใจแล้ว ว่าทำไมแซนดี้ มาร์ จึง ไม่มา

 

= =*

 

bye bye 2013

posted on 31 Dec 2013 23:03 by lolaytoon  in WRITE
สวัสดีปีเก่า 2013
อีกไม่กี่นาที เวลาก็จะพาเราเข้าสู่ปีใหม่
 
วันนี้ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน
เราจะอยู่ที่ไหนสักที่
ในวาระเวลา ที่จะเปลี่ยนเวลา
นึกถึงปีก่อนๆ
 
เสียงที่ผมได้ยินชัดและสม่ำเสมอที่สุด
ก็คือเสียงคอมเพลสเซอร์ตู้เย็น
ผสมกับเสียงแมลงร้อง
 
บ้านผมอยู่ในละแวกเชิงเขา
มีส่วนผสมของบ้านคน
และป่า บาง และป่ารก
อากาศวันนี้หนาวเย็นพอดีๆ
21 องศา (หัวหิน)
 
ทุกปี เมื่อจะข้ามวันเป็นอีกปี
ส่วนใหญ่ ส่วนมากผมจะอยู่บ้าน
 
ภาพจำของผม ก็คือ นอนอ่านหนังสือ
วาดรูป เล่นคอม
และที่เป็นประจำซ้ำๆ
คือนั่งเขียนไดอารี่
ทบทวนเรื่องราว
 
ทบทวนเล่นๆ 
แล้วแต่มือจะพาไป บนแป้นพิมพ์
ข้อความก็ปรากฎขึ้นมาเรื่อยๆ
เรื่อยๆ
หยุดตอนไหน ก็ได้
 
แหงนหน้าดูเวลา
ตอนนี้ 11.10 PM.
 
ปี 2013 เป็นปีพิเศษอยู่เหมือนกัน
ผมแต่งงาน และมีบุตร
ย้ายบ้านใหม่
เปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิต
อยู่กรุงเทพฯน้อยลง
 
ผมอยู่ กรุงเทพ อย่างต่อเนื่อง
เป็นเวลา 28 ปีเต็ม
ตั้งแต่อายุ 15 ปี แหนะ
เมื่อนึกย้อนไป
ก็จะมีภาพผุดขึ้นมา
เป็นฉากๆ
 
ผมไปเรียนหนังสือ
หลังจากจบ ม.3 จากจังหวัดอุดรธานี
เรียนศิลปะ ...เอ็นติด
เรียนต่อ .....ทำงาน
และทำงาน
 
ในเวลาหลายปี
ผมได้เพื่อน ได้สังคม
ได้อาชีพ ได้ประสบการณ์
.....ได้แฟน
และล่าสุดได้ลูก
 
เพิ่งเคยอายุ 40 ปี เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา
 
นึกๆรูปแบบชีวิตคนทั่วๆไป
คงจะเป็นแบบนี้
เราต่างเดินทางกัน ทุกวัน ทุกเวลา
เรียนรู้
มีประสบการณ์
เจอความสุข
ความผิดพลาด
ความสับสน
ความรัก
ความเศร้า
ความเข้าใจ
 
มีบททดสอบ เป็นฉากๆ
ชีวิต ไม่ได้ช้าลง
หรือรู้สึกเรียบๆ
แบบที่เคยมองผู้ใหญ่ สมัยที่เราเป็นเด็ก
 
โลกมีอะไรให้สนุกทุกวัน
ความรู้ใหม่ เรื่องใหม่
คนในยุคนี้ ส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยมีเวลานิ่งเฉย
 
สิ่งที่ผมทำเป็นประจำทุกวัน จนติดกับ
คือการวาดรูป
เขียนหนังสือ
เล่นกีตาร์ เล่นเบส
อ่านหนังสือ
อุ้มลูก
พาลูกเดินเล่น
ทำอาหาร ล้างจาน
ตากผ้า
พาลูกและแฟนออกนอกบ้าน
ไปนั่งเล่นที่ร้านกาแฟ
เล่นโทรศัพท์
รดน้ำต้นไม้
ซิทอัพวันละ 60 ที
 
กลางคืน
เวลาที่สมาชิกในบ้านหลับ
เป็นเวลาของผม ที่จะอ่าน 
คิด ทำงานส่วนตัว
เป็นเวลาที่คร่ำเคร่ง
คิดแผนงาน
คิดแผนการ
2-3 ชั่วโมง
เมื่อเสร็จ
วาดรูปเล่นอีกครึ่งชั่วโมง
แล้วเข้านอน
 
ชีวิตก็เพลินดี
มีสิ่งที่สนใจ
และหาโอกาสทำ
ในเวลา
ที่พอมีในหนึ่งวัน
 
ปีนี้ 2013
ก็จะผ่านไปในที่สุด
เวลาลงชื่อ 
ต้องเขียนเลขใหม่
2014
 
สวัสดีปี 2013 
บ้ายบาย ^^
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ซึม

posted on 20 Jul 2013 02:33 by lolaytoon  in WRITE

บางทีคุณซึม เหมือนฟองน้ำ

บางวันฉันซึม เหมือนหมึกหก

มันไม่ใช่เพลง ที่ผมแต่งสำหรับโอกาส ฤดูฝน

หรือเวลา ที่เมฆ กลั่นตัวเป็นน้ำฝน

ผมอยากได้กีตาร์ออคูสติค สักตัว

มาดีด สาย

ตัวที่ถลอก ตัวที่ขี้เหร่ ตัวที่สายขาดไปบางสาย

แน่หละ มันคงไม่ได้เสียงที่ เพอร์เฟล็กซ์

แต่มันจะเกิดเสียง 

เสียงนั้น คงกังวาล

อยู่ในใจ

ใน ช่วงเวลา เล็กๆ

ของเรา

รองเท้า ของคุณ เริ่มเปื่อย

เช่นเดียวกับ ถุงเท้าของผม ที่เริ่มยืดยาน

แต่เรายังนิยม ในความ ที่ไม่สมบูรณ์

ใช่ เราจะจำได้ เมื่อเราเจอกัน

และมองพิจารณามัน ด้วยเวลาสักเล็กน้อย

หรือนานกว่านั้น

ฉันคิดว่าหมึกที่ซึม ลงไปบนกระดาษ

มันมีค่า ที่เวลาของการซึม

ช่วงเวลาสั้นๆ

แต่ฉัน ยังจำ

คาร่าแอนด์เจน

posted on 19 Apr 2013 00:36 by lolaytoon  in WRITE
คาร่า นอนอยู่บนฟูกหนา
หลังจากที่รู้สึก ผิดหวัง
กับความศรัทธา ในชีวิต

ในวันที่รู้ว่า ทุกคนใน facebook
ไม่ได้จริงจังในสิ่งที่พวกเขาแสดงออกมา
อย่างที่เธอเชื่อ
พวกเขาแต่พ่นมันออกมา 
และกลับไปทำงานสร้างสรรค์
ในโลกที่ไม่ได้เปิดเผยของแต่ละคน


กว่าจะรู้ว่า
ตัวเองควรจะทำอะไร
อย่างที่ใจอยากคิดจะทำ
วันเวลาเกือบทั้งหมด
ในระยะเวลา 3 ปี 
ก็หมดไปกับการติดตาม
ความเคลื่อนไหว
ของเหตุการณ์ต่างๆรอบตัว
ขอบคนโน้น ของคนนี้

กิจวัตรประจำวัน 
ประจำต่อเนื่อง
ดำเนินไปอย่างอัตโนมัติ 
อัพเดท
ทุกเวลา ที่มีโอกาส
 
นั่นคือ
เวลาส่วนใหญ่
ปานว่า
คืองานที่กำลังทำ
แต่ความจริง
มันไม่ใช่งาน
ไม่มีรายได้
ไม่ได้เติบโต ก้าวหน้า
เป็นเพียงแค่ทัศนะ
ประเด็น
ที่วูบมา
วูบไป
ตามกระแส

เธอเชื่อว่า
เธอจะเป็น
ส่วนหนึ่ง
ที่จะเปลี่ยนโลก

ทุกวัน... 
คาร่าพยายาม
ตั้งคำถาม กับทุกสิ่ง
พยายามหาคำตอบ
 
เธอเชื่อว่า
การแสดงออก
ด้วยความก้าวร้าว
การขบทต่อสิ่งต่างๆ
เป็นรสชาติของการสัมผัสกับความสุข
เช่นเดียวกับแนวร่วม
ส่วนหนึ่ง ของเธอ
ที่ไม่เคยได้พบ
และสัมผัสตัวตน
กันจริงๆ
 
............
.......
.......
 
คาร่า กดโทรศัพท์หา เจน เพื่อนสมัยเด็ก
"ทำอะไรอยู่ ฉันอยากชวนเธอไปกินข้าว"
 

ผลิตภัณฑ์ยาสระผม

posted on 19 Mar 2013 02:42 by lolaytoon  in DAYDREAM

ยกตัวอย่าง

 

ผลิตภัณฑ์ยาสระผม

 

 

มียี่ห้อต่างๆมากมาย

เวลาจะตัดสินใจซื้อ

ต้องพิจารณา

..ครู่หนึ่ง

 

ยิ่งถ้าเป็นในห้างสรรพสินค้า

ซึ่งมีวางเรียงกันเป็นแนวยาว

ยิ่งต้องตัดสินใจนาน...มากขึ้น

 

ปกติ จะใช้ไม่กี่ยี่ห้อ 

(จริงสิ ทำไมเดี๋ยวนี้ เยอะยี่ห้อ)

คงเพราะ อยากลองดู

อยากทดลองดู

 

หรือเพราะเห็นโฆษณาทางทีวี

ดาราใช้ (นี่เราหลงตามกระแส โดยไม่รู้ตัว)

 

ทางเคมี

ยาสระผมก็ประกอบด้วย

ส่วนประกอบหลายอย่างด้วยกัน

สารสร้างฟอง สารสร้างกลิ่น ต่างๆ

 

บรรจุภัณฑ์ ของขวดยาสระผม

มีสี ชนิด มีรุ่น

ให้เลือก

(ทำไมต้องมีเยอะขนาดนั้น)

 

ในที่สุด ชีวิตมนุษย์ทุกวันนี้ (บางแห่ง และบางคน)

ต้องใช้เวลาตัดสินใจมากขึ้น

กับเรื่องเลือกยาสระผม

 

และ...นอกจากนี้

ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ

อีกหลายรายการ

 

ที่เราต้องใช้เวลา...ตัดสินใจ

 

วันเด็ก

posted on 14 Mar 2013 02:01 by lolaytoon  in DAYDREAM

ฉันไม่เข้าใจ

ว่า ทำไมเท้าจึงติดพื้นได้นาน

ว่า โลกหมุนรอบตัวเอง

เมื่อยังเด็ก แหละนั่นเป็นความคิดของฉัน ในวันนั้น

 

 

ฉันนำลำต้นกล้วย มาทำเป็นวงล้อ

ลาก ผ่านผืนทราย

กระท่อน กระแท่น

แล่นไป

 

 

วันหนึ่ง ฉันดึงผมยาวของคุณน้า

เพราะคิดว่า

มันจะยาวยืดได้อีก

 

 

ฉันตบแมลงสาบใส้แตก

ในขณะที่แม่นำสวดมนต์

มือเหม็น จนล้างเท่าเไหร่ก็ไม่ออก

หลายวัน

กลิ่นจึงจางไป

 

 

เมื่อเดินทางกลับบ้าน

ฉันหยิบก้อนหิน บนไหล่ทาง

วางบนเหล็กทางรถไฟ

เรียงแถว

และรอดูเมื่อรถไฟแล่นผ่าน

ประกายไฟ ที่ล้อเหล็ก

เสียดสี ถีบหินให้ไหลออกจากผิวเหล็ก

 

บ่อน้ำในบึง ชายทุ่ง

บนต้นไม่้ กิ่งที่สอง

ฉันปีนขึ้นไป

เป็นชั้นที่ฉันและพรรคพวก

ใช้กระโดดลอยลงมา

 

ขนมในซองแตกกระจายเสมอ

ฉันกับน้อง ใจร้อนแกะมัน

ออกมาระหว่างทางเดิน

ถุงฉีกขาด

และเราอดกิน

 

เรา (ผมและน้องชาย)

เดินขายขนมมันทอด

มันเทศ เอามาปั้นเป็นก้อนกลม

หย่อนลงกระทะทอด

แม่ทำขาย

ในวันที่ฝนตกปรอย ปรอย

ลูกกลม กลม

บางคนเรียก

ขนมไข่นกกระทา

 

วันเด็ก

ที่ยังคงเป็น...วันเด็ก

ในความทรงจำ

ของฉัน

 

 

 

 

 

 

 

 

สักคน

posted on 22 Dec 2012 02:08 by lolaytoon  in WRITE

กินข้าว กินคนเดียวก็กินได้

แต่ถ้ามีคนกินด้วย สักคน หรืออีกคน

รสชาติการกินคงจะอร่อยขึ้น

 

 

เล่นดนตรี เล่นคนเดียวก็เล่นได้

แต่ถ้ามีเพื่อนมาเล่นด้วย สักคน หรืออีกคน

ก็คงจะยิ่งสนุกขึ้น

 

 

มีเรื่องที่เราสนใจ หมกมุ่นอยู่คนเดียว ก็เพลินได้

แต่ถ้ามีสักคน มาหมกมุ่นด้วย หรืออีกคน...

ก็อาจจะหมกมุ่นกันเพลิน ยิ่งขึ้น

 

ปั่นจักยานคนเดียว ก็ได้

แต่ถ้ามี สักคน มาปั่นด้วย หรือ อีกคน...

ก็คงจะปั่นแข่งแซงกันสนุกไปเลย

 

เวลาคิดอะไรคนเดียว ก็คิดได้

แต่ถ้ามี สักคน มาร่วมคิด หรืออีกคน...

ก็คงจะมีอะไรให้คิดมากกว่าเดิม

 

เวลานอนป่วย อยู่บ้านคนเดียว ก็อยู่ได้

แต่ถ้ามีสักคน มาอยู่เป็นเพื่อน หรือ อีกคน...

ก็คงจะช่วยให้หายป่วยเร็วขึ้น

 

เวลาฟังเพลงดีๆ ก็ฟังคนเดียวได้

แต่ถ้ามี สักคนที่ชอบฟังเพลงเหมือนกัน มาฟังด้วย หรือมีอีกคน...

ก็คงจะได้ถกกัน คุยกัน เรื่องเพลงสนุกขึ้น

 

เวลาอ่านหน้งสือ ก็อ่านคนเดียว

แต่ถ้าอ่านจบแล้ว มีคนที่อ่านเหมือนกัน  หรือ อีกคน....

มาคุยเรื่องที่อ่านกันมา ก็คงได้มุมมองอะไรมากขึ้น

 

เดินทางคนเดียว ก็ได้

แต่ถ้ามีเพื่อนร่วมทาง สักคน หรืออีกคน...

ก็คงจะไม่เหงา และสนุกขึ้น

 

................. ^^

19 ธันวาคม 2012 เวลา 23:34 น

ออกยาน

posted on 13 Dec 2012 01:52 by lolaytoon  in WRITE

ดาด้า โทรมาหาผมกลางดึก

บอกว่า ยานพร้อมแล้ว

 

ผมลุกจากเตียง ล้างหน้า แปรงฟัน

แต่งตัว เอาของที่จำเป็นติดตัวไป

เท่าที่เวลาจะอำนวย ในการหยิบจับใส่กระเป๋า

 

คลอส ขับรถโลสลอยด์มาจอดรอแล้ว ที่หน้าบ้าน

เสียงหมาเห่า หอน เกรียว เชียว

ในยามวิกาลเช่นนี้

ใครๆ ก็คงหลับกันหมดแล้ว

 

เงียบได้แล้ว เจ้าหมา

ผมรำพึงในใจ

 

คลอส ออกรถ บรื้นๆๆๆ

ออกจากซอย

เลี้ยวซ้าย ออกถนนใหญ่

 

 3 ชั่วโมง ผ่านไป

ผมรู้สึกตัว ตื่น ขณะที่รถแล่นอยู่บนสะพาน โกลเดิร์นอาย

ฟ้าเริ่มสว่าง

"คลอส ง่วงมะ"

เขาส่ายหน้า

 

และแล้วรถก็แล่นมาจอด ณ กองบัญชาการบิน

ผมรีบวิ่งไปยังฐานปล่อยยาน

ทุกคน รออยู่พร้อมแล้ว

 

ทุกคน คงยังไม่ได้นอนกันแน่เลย

ผมสังเกตุ ว่ามีเจ้าหน้าที่ ราว 3 คน หาว หวอดๆ

 

ดาด้า พาผมเข้าห้องเปลี่ยนชุด

ชุดสีเงิน มีช่องเสียบอุปกรณ์อยู่รอบตัว

กล้อง แว่น ไฟฉาย

และถังออกซิเจน ขนาดเท่าหลอดด้ายเกาะอยู่ที่หมวก

 

ผมออกจากห้องแต่งตัว

เดินไปที่ไปที่ยาน

 

ยานปฏิบัติการของผม

เป็นเสมือนเพื่อนสนิท

ที่ฝ่าลุยด้วยกันมาตลอด 15 ปี

 

ชุดคับไปหน่อย

สงสัยว่าผมเองหละที่กินเยอะ

จนสวมชุดได้ไม่ถนัด

ต้องออกกำลังกายบ้างแล้ว

 

ผมกระโดนขึ้นยาน 

กล่าวขอบคุณทีมงาน ที่เตรียมยานเอาไว้ให้

 

ซูมๆๆๆๆ 

 

ยานออกไปยังนอกโลก 

ในเวลาเพียงแค่ 20 นาที

ถือว่าเร็วมาก

 

ต้องผ่านดาวเคราะห์ต่างๆ เสาร์ พฤหัส...บรา บรา บรา

กว่าจะถึงทีหมายก็ราว 2 ชั่วโมง

ผมหยิบไอพ๊อด เปิดเพลงฟังไปพลางๆ

 

ภาระกิจของผมคือ

ถ่ายภาพก้อนหินบนดาวพลูโต

คราวที่แล้ว ก็ถ่ายไปเยอะเลยครับ

 

แต่...ผมดันลืมเอาเมมโมรี่การ์ดเสียบกับกล้อง

ก็เลยไม่มีภาพอะไรเลย

 

ดาต้า ย้ำกับผมว่า...ถ่ายรูปเสร็จแล้ว ก็ควรต้องตรวจเช็ค

ว่าได้ภาพที่ต้องการรึป่าว

นั่นแหละ

คราวนี้เลยต้องไปถ่ายใหม่!!!

 

ยานจอดลงพอดี 

ตำแหน่งที่เชิงผา

ดาวฟอนด้า S.37วันนี้ เป็นสีฟ้าเกือบทั้งดวง

 

สีบนดาวจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล

 

ผมต้องสวมแว่นกันแสง

ไม่งั้นตาผมจะพร่าไปหมด

จนไม่สามารถทำภาระกิจนี้ได้

 

ผมหยิบกล้องมาพิจารณา

เช็คความพร้อม

 

เอาหละ ผมพร้อมแล้ว !!!!!!

 

คนใหม่

posted on 27 Nov 2012 03:37 by lolaytoon  in WRITE

ฉัน เดิน    

 

ไป บนถนนสายใหม่

 

เดิน ช้า   ช้า

 

ไม่มีนกฟาสเตอร์ลีสีขาว บินผ่าน...เหมือนทุกวัน

 

ถนน

เปลี่ยนไปทุกวัน

ถนน    เส้นเดิม

 

แสงวันใหม่    สาดส่องบนพื้น

ฉัน    หยุดดู 

หมุน ไปซ้าย   และไปขวา

มอง  ตรงไป   บนพื้น ถนน

 

แสง   คล้ายแสง ของวันเดิม เดิม

 

ฉัน      คนใหม่

 

ใน วันใหม่  

บน ถนน

สายใหม่

 

แสง  ของวันใหม่     

 

ฉัน คนเดิม ที่กลับมา

ณ จุดเดิม

 

แต่

 

ฉัน......ไม่ใช่คนเมื่อวาน

บันทึกไร้ร่องรอย

posted on 09 Nov 2012 00:01 by lolaytoon  in WRITE

เวลาเขียนบันทึก

ก็มักจะมีเรื่องที่ต้องให้เขียน

แต่วันนี้ผมไม่มีเรื่องอะไรจะเขียนหรอกครับ

 

จริงๆแล้วมีเรื่องงานจิปาฐะ นัดหมาย ส่งงาน

มากมายรออยู่

แต่ไม่อยากเอาเรื่องวุ่นวายเหล่านั้น

มาปะปนกับบันทึกในวันนี้

ผมก็เลยตั้งชื่อซะเท่ว่า "บันทึกไร้ร่องรอย"

 

แม้จะบอกว่าไม่มีร่องรอย

ยังไงแล้ว ก็ต้องมีร่องรอยอยู่ดี

แบบคนที่บอกว่า "ฉันไม่ได้คิดอะไร"

คำพูดนี้มีแน่นอน

อย่างน้อยก็เป็นการปฎิเสธ อะไรรึป่าว

 

นักสืบที่เก่ง มักจะไม่ถามอะไรตรงๆ

แต่จะชวนคุย เรื่องอื่นไปโดยไม่รู้ตัว

ท้ายที่สุด นักสืบก็จะได้เบาะแส ร่องรอย

จากคำพูดที่ออกมาจากผู้ที่พูดคุยด้วย

 

ช่วงหนึ่ง ผมชอบอ่านเรื่องนักสืบ

คนที่ผมชอบมาก

คือนักสืบโคลัมโบ

มีเป็นหนังสือ

และมีเป็นภาพยนตร์ด้วย

 

ร่องรอย มักปรากฎเสมอ

แม้คุณจะ ไม่พูด

ดวงตา สีหน้า

ท่าทาง อาการจะเผยออกมาเอง

โดยที่คุณไม่รู้ตัว

 

กลับมา...

ผมว่าจะไม่เขียนอะไร

แต่แล้วผมก็เขียนเรื่องร่องรอยจนได้

ฮ่าๆๆๆๆ

 

ผมเริ่มต้นแบบ ไม่มีอะไรจะเขียน

แต่แล้ว ก็เขียน

และทิ้งรองรอย..บางอย่าง

จนได้

ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

 

โลเล 11.56 PM.